ป้องกันการหมดสติเมื่อตากแดดร้อนๆ

ต้องบอกว่าในช่วงหน้าร้อนของประเทศไทยนั้นโดยเฉพาะเดือนเมษายน จะเป็นช่วงที่อากาศร้อนสุดขีดและทำให้เกิดอาการเป็นลม หน้ามืด หรืออิสสโตก ซึ่งเป็นอาการยอดฮิตในช่วงหน้าร้อน ซึ่งอุณหภูมิที่สูงถึง 40 องศาส่งผลให้คนที่อยู่กลางแดดนานๆ เป็นลมหมดสติได้ ซึ่งไม่ใช่เรื่องเล่นและอันตรายถึงชีวิตได้ อาการเบื้องต้นของคนที่เป็นฮิตสโตก คือ อยู่กลางแดดนานเกินไป เกิดความเมื่อยล้า อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร คลื่นไส้ อาเจียน มึนงง ปวดศีรษะ เป็นต้น ซึ่งหากปล่อยไว้นานจะทำให้หัวใจเต้นเร็ว ช็อกหมดสติและเสียชีวิตได้ โดยเราสามารป้องกันอาการหมดสติหรือฮิตสโตกได้โดยการ

หากต้องออกจากบ้านตอนกลางวันซึ่งแดดจัด ดังนั้นควรเตรียมน้ำเปล่าไว้ติดตัวด้วยจะดีกว่า เพราะอากาศร้อนจะส่งให้ร่างกายเสียน้ำในร่างกายมากและทำให้เกิดอาการมึน อ่อนเพลีย หมดสติได้ ดังควรพกน้ำเปล่าติดตัวไว้ ซึ่งเป็นน้ำที่ไม่เย็นจัดจนเกินไป รวมถึงไม่ควรเล่นกีฬาในช่วงที่แดดร้อน จะทำให้ร่างกายยิ่งเสียน้ำมากขึ้นด้วย อีกทั้งควรหาที่หลบแดดและเลี่ยงการอยู่ในที่แดดจัดเป็นเวลานาน ดังนั้นเราควรหาที่หลบแดดอย่างเช่น ต้นไม้ หรือในอาคาร

ควรสวมเสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ ในช่วงอากาศร้อนแดดจัดหลายคนเลือกใส่เสื้อแขนยาวซึ่งบางตัวเนื้อหาไม่เหมาะกับการใส่ในอากาศร้อนและทำให้ความร้อนไม่สามารถระบายออกมาได้ ดังนั้นควรหาเสื้อผ้าที่สามารถระบายความร้อนได้ซึ่งเป็นผ้าสีอ่อนจะเหมาะสมกว่า สวมใส่สบาย และควรทาครีมกันแดดทุกครั้งที่ออกไปกลางแจ้ง

กินทุเรียนให้พอเหมาะ ไม่ทำให้อ้วน

เข้าช่วงหน้าร้อน เป็นช่วงที่ผลไม้อย่างทุเรียนเป็นที่นิยมมากมายด้วงยรสชาติที่หวานมันทำให้เป็นที่นิยมมากของคนชอบทุเรียน ซึ่งทุเรียนถือว่าเป็นผลไม้ชนิดหนึ่งที่มีน้ำตาลในปริมาณที่สูงมาก ซึ่งน้ำตาลนี้ส่งผลต่อภาวะน้ำตาลในเลือดสูง รวมถึงก่อเกิดโรคอ้วนและเบาหวานได้ อีกทั้งทุเรียนเป็นผลไม้ธาตุร้อนทำให้ไม่ควรทานในหน้าร้อนปริมาณมาก ดังนั้นแล้วกินทุเรียนยังไงให้พอเหมาะ และไม่ทำให้อ้วน

ทุเรียนเป็นผลไม้ที่ให้ปริมาณสูงมาก ปริมาณทุเรียน 1 – 2 เม็ด จะพลังงานมากถึง 120 – 200 แคลรอลี่ ซึ่งเทียบเท่ากับข้าวเปล่า 2 ทัพพี ซึ่งสำหรับของผอมแล้วเมื่อกินมากๆก็จะทำให้เพิ่มน้ำหนักได้ ซึ่งร่างกายได้รับพลังงานจากทุเรียนซึ่งเทียบเท่ากับอาหารหลัก แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่กินอาหารหลักเลย ซึ่งร่างกายจะได้รับแต่น้ำตาลซึ่งไม่ดีต่อสุขภาพแน่นอน

แม้ว่าทุเรียนจะมีความหวานมากๆ แต่ในทุเรียนก็ประกอบด้วยไขมันสูง รวมถึงใยอาหารสูงที่จำเป็นต่อร่างกาย ซึ่งหากต้องกินทุเรียนให้เลือกกินลูกที่ห่ามๆ ไม่สุกจนเละ โดยรสชาติของทุเรียนห่ามจะไม่หวานเกินไปและมีรสมันร่วมด้วย หากเนื้อเละจะไม่อร่อยและกลิ่นแรงมาก นอกจากนี้ในทุเรียนยังประกอบด้วย เบต้า – แคโรทีน ช่วยในการบำรุงสายตาและป้องกันการเกิดต้อกระจก จากการศึกษาพบว่าทุเรียนยังมีโฟเลตสูงถึง 150 ไมโครกรัม ซึ่งร่างกายควรได้รับโฟเลตในปริมาณ 400 ไมโครกรัมต่อวัน ดังนั้นก็ทานทุเรียนห่ามๆ ประมาณ 2 เม็ด จะทำให้ร่างกายทำรับโฟเลตถึง 150 ไมโครกรัม ซึ่งเป็นปริมาณที่แนะนำในการกินทุเรียน แต่ทุเรียนก็ไม่เหมาะสำหรับคนที่ลดความอ้วน หรือ คนที่เป็นเบาหวาน